บทความ

ทำไมเราจึงกลัวการพูดในที่สาธารณะ ?

หลายคนอาจคิดว่า การพูดในที่สาธารณะ คือ ปลายทางของความมั่นใจ แต่ในความเป็นจริง มันคือภาพสะท้อนชั้นดีของความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกในใจมนุษย์มาหลายพันปีความกลัวนี้เกิดขึ้นได้ทั้งกับคนธรรมดา ไปจนถึงผู้นำระดับโลก นักแสดง หรือแม้แต่นักพูดมืออาชีพบางคนยังเคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาก่อน

ทำไมเราจึงกลัวการพูดในที่สาธารณะ ?

ทำไมเราจึงกลัวการพูดในที่สาธารณะ ?

คำถามคือ…ทำไมเราถึงกลัว?

ทั้งที่ “การพูด” ก็เป็นสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน แล้วทำไมพอมีไมค์ พอมีคนจ้อง มันกลับกลายเป็นเรื่องยาก? บทความนี้จะพาไปรู้ต้นตอของความกลัว ทีละชั้น ทีละเหตุผล พร้อมทั้งมุมมองเชิงธรรมเนียมที่เข้าใจได้ง่าย และอิงจากประสบการณ์จริงที่คนส่วนใหญ่เคยเผชิญ

จุดเริ่มต้นของความกลัวการพูดในที่สาธารณะ

เหตุผลที่คนส่วนใหญ่กลัวการพูดในที่สาธารณะ ไม่ใช่เพราะ “พูดไม่เป็น” แต่เป็นเพราะสมองถูกสร้างมาให้ปกป้องเราจากสถานการณ์ไม่คุ้นเคย หากย้อนกลับไปในอดีต มนุษย์อยู่กันเป็นกลุ่ม ชุมชนมีบทบาทสำคัญต่อการอยู่รอด การทำอะไรผิดต่อหน้ากลุ่ม อาจหมายถึงการถูกปฏิเสธหรือตัดออกจากสังคม ซึ่งในยุคโบราณ…มันคือเรื่องใหญ่พอๆ กับชีวิตเลยทีเดียว

ดังนั้น ความกลัวที่เกิดขึ้นในขณะกำลังจะพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก เป็นกลไกเก่าแก่มาก และทุกวันนี้มันยังทำงานอยู่ แม้เราจะไม่ได้อยู่ในยุคล่าสัตว์แล้วก็ตามและนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้มนุษย์ยุคนี้ยังกลัวการพูดในที่สาธารณะอยู่

เหตุผลสำคัญที่ทำให้มนุษย์ยุคนี้ยังกลัวการพูดในที่สาธารณะอยู่

  1. กลไกสมองตอบสนองเหมือนเจอภัยคุกคาม
  2. เวลาที่เราจะลุกขึ้นพูดต่อหน้าคนหมู่มาก ไม่ว่าจะในห้องประชุม งานแต่ง งานสัมมนา หรือแม้แต่พรีเซนต์งานในออฟฟิศ สมองส่วนอะมิกดาลา (Amygdala) จะทำงานทันที มันตีความสถานการณ์ว่าเป็น “ความเสี่ยง” แบบเดียวกับเวลาที่ต้องเผชิญสัตว์ร้าย ในมุมวิวัฒนาการ สมองคิดแค่ว่า เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่อาจโดนโจมตี ถูกวิจารณ์ หรือถูกตัดสินจากคนเป็นจำนวนมาก ซึ่งในอดีตหมายถึงความเสี่ยงต่อการ “ถูกขับออกจากกลุ่ม”

ผลที่ตามมาคือร่างกายตอบสนองแบบไฟต์หรือไฟลต์ทันที

หัวใจเต้นแรง มือเย็น เสียงสั่น คอแห้ง หน้าตึง สมาธิหลุด หายใจถี่

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะเราอ่อนหัด แต่เพราะเป็นระบบป้องกันตัวตามธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน

ยิ่งคิดว่าต้อง “พูดดี พูดเป๊ะ พูดให้เนียน” ยิ่งไปกระตุ้นวงจรความเครียดเพิ่มขึ้นอีก ทำให้สมองยิ่งตื่นตระหนกกว่าเดิม

  1. กลัวถูกตัดสินจากสายตาคนฟัง
  2. สายตาของคนดูสามารถทำงานคล้ายเลเซอร์สแกนความมั่นใจของเราได้อย่างน่าประหลาด ที่จริงแล้ว ผู้ฟังจำนวนมากไม่ได้คิดอะไร แต่ในหัวเรานั้นตีความไปต่างๆ นานา…

เขาจะมองว่าเราไม่เก่งไหม?

เราจะพูดผิดไหม?

ถ้าคนฟังไม่ยิ้ม แปลว่าเขาไม่ชอบเราหรือเปล่า?

ถ้ามีใครกระซิบกันอยู่ นั่นหมายถึงกำลังวิจารณ์เราหรือไม่?

ความคิดเหล่านี้เกิดขึ้นอัตโนมัติ และส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นความจริงด้วยซ้ำ แต่สมองของเรา “คิดเกินจริง” เพื่อป้องกันความอับอายตามธรรมเนียมสังคม เนื่องจากมนุษย์ผูกติดกับการยอมรับจากสังคมมาตั้งแต่โบราณ

ในอดีต การได้รับการยอมรับจากกลุ่มคือปัจจัยสำคัญของการอยู่รอด เพราะฉะนั้น ความกลัวถูกตัดสินจึงเป็นสัญชาตญาณที่ฝังแน่นมานาน ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เราจะรู้สึกประหม่าเวลาอยู่บนเวทีหรืออยู่ต่อหน้าคนจำนวนมาก

  1. มีประสบการณ์ลบในการพูดมาก่อน
  2. หลายคนกลัวการพูดในที่สาธารณะเพราะเคยล้มเหลวมาก่อน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นตอนวัยเรียน เช่น
  • พูดผิดในที่หน้าแถว แล้วเพื่อนหัวเราะ
  • ขึ้นเวทีแล้วลืมบท
  • อ่านหนังสือผิดเสียง
  • ครูตำหนิแรง
  • เพื่อนแซวเรื่องการออกเสียง
  • คนขำ เพราะเราสะดุดคำ

ประสบการณ์เล็กๆ แบบนี้สำหรับผู้ใหญ่ก็ดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับเด็ก คือเหตุการณ์ที่ฝังใจอย่างรุนแรง เพราะตอนนั้นยังไม่มีทักษะคิดวิเคราะห์ ไม่มีพื้นที่ปลอดภัยให้ทดลองผิดพลาด

เมื่อโตมา ความทรงจำเก่าเหล่านั้นจึงถูกเรียกกลับมาโดยอัตโนมัติ ทำให้เราเชื่อไปเองว่า

  • ฉันไม่เก่ง
  • ฉันทำไม่ได้
  • ฉันไม่เหมาะกับการพูด

ทั้งที่จริงแล้วเหตุการณ์พวกนั้นไม่ใช่ตัวตัดสินความสามารถในปัจจุบันเลย เราโตขึ้น มีความรู้เพิ่มขึ้น และเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น แต่ภาพจำในอดีตยังคงหลอกหลอนอยู่ 🪞

  1. คาดหวังว่าจะต้องพูดได้แบบสมบูรณ์แบบ
  2. เหตุผลข้อหนึ่งที่ทำให้หลายคนกลัว ไม่ใช่เพราะพูดไม่ได้ แต่เพราะ “อยากพูดให้สมบูรณ์แบบเกินไป”

ยิ่งคาดหวังว่า...

  • ต้องพูดดี
  • ต้องไม่ผิด
  • ต้องไม่สั่น
  • ต้องไม่ลืมสคริปต์
  • ต้องไม่ให้คนจับผิด
  • ยิ่งกดดันตนเองจนไม่สามารถพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

มนุษย์มีธรรมเนียมบางอย่างเกี่ยวกับ “ความสมบูรณ์แบบ” โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ในบทบาทสาธารณะ เช่น ต้องดูดี ต้องไม่เสียหน้า ต้องให้เกียรติคนฟัง และต้องรักษามาตรฐานของตนเองไว้ แต่ธรรมเนียมนี้ถ้าแรงเกินไปก็จะกลายเป็นแรงกดดันที่ขัดขวางความมั่นใจแทน

ในความเป็นจริง ต่อให้เป็นนักพูดมืออาชีพก็ยังพูดผิดได้ ย้ำคำได้ หยุดคิดได้ หรือลืมบางประโยคได้ ไม่มีใครบนเวทีที่สมบูรณ์แบบจริงๆ การคาดหวังว่าจะไร้ข้อผิดพลาด คือสาเหตุให้ความกลัวทวีคูณ

  1. ขาดโอกาสในการฝึกฝนที่ปลอดภัย
  2. ความกลัวแท้จริง มักมาจาก “การไม่เคยมีเวทีเล็กๆ ให้ลองผิดลองถูก” เพราะส่วนใหญ่คนไม่ค่อยฝึกพูดจริงจังเลย จนกระทั่งต้องขึ้นเวทีครั้งสำคัญ เช่น พิธีกรงานแต่ง พรีเซนต์ต่อผู้บริหาร หรือพูดต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ…

  • ไม่เคยซ้อม
  • ไม่เคยลอง
  • ไม่เคยวิเคราะห์ตนเอง
  • ไม่เคยอยู่ในสถานการณ์กดดันมาก่อน

พอเจอสถานการณ์จริง สมองจึงตีความว่าเป็นอันตรายทันที สร้างความประหม่า ความเครียด และความกลัวแบบก้าวกระโดด

การมีพื้นที่ปลอดภัยสำคัญมาก เช่น ห้องเรียนพูดในที่สาธารณะ ชมรม โต๊ะประชุมเล็กๆ หรือสภาพแวดล้อมที่ผู้พูดไม่ถูกตัดสิน harshly พื้นที่แบบนี้ทำให้คนกล้าฝึก กล้าพลาด และเรียนรู้ได้เร็วขึ้นมาก

เหมือนเล่นดนตรี ถ้าไม่เคยซ้อมบนเปียโนเล็กๆ ก็ยากที่จะขึ้นแกรนด์เปียโนต่อหน้าคนเป็นร้อยได้ฉันใด การพูดในที่สาธารณะก็เป็นเช่นนั้น

ความกลัวเกิดขึ้นอย่างไรในเชิงจิตวิทยา

หากมองภาพรวม กระบวนการความกลัวการพูดต่อหน้าคนหมู่มาก เกิดจากสามขั้นตอนหลักๆ

ขั้นตอนที่หนึ่ง

สมองประเมินสถานการณ์ว่าเป็นภัย

ขั้นตอนที่สอง

ร่างกายตอบสนองด้วยอาการต่างๆ เช่น มือสั่น หัวใจเต้นแรง

ขั้นตอนที่สาม

เราตีความอาการเหล่านั้นว่า “เรากำลังทำไม่ได้” และแปลผลผิดไปว่าพูดไม่เก่ง ทั้งที่จริงมันคืออาการปกติของมนุษย์

การเข้าใจว่าความกลัวเป็นกลไกทางธรรมชาติ จะช่วยลดแรงกดดันได้มาก เพราะมันไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ มันแค่แปลว่า…สมองอยากปกป้องเราเท่านั้นเอง

แล้วคนที่พูดเก่ง เขาไม่กลัวเลยหรือ?

ความจริง คือ คนพูดเก่งจำนวนมากก็ยังตื่นเต้นทุกครั้งก่อนขึ้นเวที เพียงแต่พวกเขารู้จักจัดการความตื่นเต้นได้ดี จากการฝึกฝนหลายครั้ง มีประสบการณ์บวก และมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งที่ผ่านเวทีมา

พูดเก่งเกิดจากการฝึก ไม่ใช่จากพรสวรรค์

ความกลัวลดลง เมื่อได้รับการย้ำผ่านประสบการณ์ว่ามัน “ปลอดภัยจริง”

แต่ถ้าไม่เคยให้โอกาสตัวเองฝึกเลย ความกลัวก็จะคงอยู่เหมือนเดิม ไม่หายไปไหน

สุดท้ายแล้ว…ความกลัวการพูด ไม่ได้เป็นสัญญาณว่าเราไม่เก่ง

มันเป็นเพียงร่องรอยที่สืบทอดมาจากมนุษย์ยุคก่อน และการขาดการฝึกฝนอย่างเป็นระบบเท่านั้น หากเราเข้าใจเหตุผลเหล่านี้ จะเห็นว่าความกลัวไม่ได้เลวร้าย และไม่ควรถูกมองเป็นจุดอ่อนแม้แต่น้อย

สิ่งสำคัญ คือ การให้เวลาตนเองฝึกฝน สร้างความคุ้นเคย เพิ่มความมั่นใจทีละนิด สร้างประสบการณ์ดีทีละครั้ง และมองทุกครั้งที่ขึ้นพูดว่าเป็นโอกาสมากกว่าเป็นภัย

ต่อให้ตอนนี้จะยังรู้สึกกลัวอยู่ ก็ขอให้รู้ไว้ว่า…

คุณไม่ได้ผิดปกติ

คุณไม่ใช่คนเดียว

และคุณสามารถพัฒนาทักษะนี้ได้จริง 100%

เพราะนักพูดทุกคนบนโลก ล้วนเคยเป็น “คนกลัวการพูด” มาก่อนเหมือนกันทั้งนั้น

Categoriespublic speaking

Topprofessional And Development

สถาบันฝึกอบรมและที่ปรึกษาทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์กร บริการให้คำปรึกษาด้านระบบ ISO แบบครบวงจรด้วยหลักสูตรคุณภาพอาจารย์ผู้สอนมากด้วยประสบการณ์

วันทำการ ( จันทร์ - เสาร์ เวลา 8:00 - 17:00 น. )

ติดตามเรา

icon-facebookicon-lineicon-youtubeicon-tiktok
Copyright 2023 © HERMES Digital Marketing . All Rights Reserved